10เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ..Titanic

1. ลีโอนาโด ดิคาปริโอ เคยปฏิเสธบทแจ๊ค ดอว์สันหลายครั้ง

แมททิว แมคคอนนาเฮย์ และจาเลด เลโต อาจเป็นตัวเลือกลำดับต้นๆในบทแจ๊ค ดอว์สัน ทว่าคนที่เจมส์ คาเมรอนอยากได้ตัวมากที่สุดกลับเป็นลีโอนาโด ดิคาปริโอ แต่พระเอกหนุ่มรายนี้มองว่าบทแจ๊ค ดอว์สัน ไม่ท้าทายความสามารถของเขาเอาซะเลย จึงปฏิเสธที่จะเข้ามาทดสอบบทตามที่เจมส์ คาเมรอนต้องการ(ซึ่งขณะนั้นคาเมรอนดังกว่าลีโอหลายเท่า) แต่นิสัยของเจมส์ คาเมรอนก็ไม่ใช่คนยอมแพ้ใครง่ายๆซะด้วย เขาจึงตามตื้อจนลีโอต้องยอมมาทดสอบบทในที่สุด และก็ผ่านการทดสอบบทสมใจคาเมรอน

2. เคต วินสเลต ตามตื้อเจมส์ คาเมรอน จนได้รับบทโรสในที่สุด

เจมส์ คาเมรอนอยากได้เคตมาเล่นบทโรสตั้งแต่แรก แต่ติดตรงที่ตอนนั้นเธอเล่นหนังพีเรียดมากเกินไปจนหน้าช้ำไปแล้ว คาเมรอนจึงหันไปพิจารณานักแสดงคนอื่นอย่างกาเบรียลล์ อันวาร์ แคลร์ เดนท์ และกวินเนตต์ พัลโทลว์ แต่ก็เป็นเคต วินสเลต นี่แหละที่กระตือรือร้นในบทนี้มากที่สุด เธอลงทุนส่งดอกกุหลาบไปให้เจมส์ คาเมรอนถึงบ้าน พร้อมระบุข้อความว่า “จากโรสของคุณ” และยัง โทรศัพท์ไปหาเจมส์ คาเมรอน พร้อมอ้อนวอนเขาว่า “ฉันคือโรสไง ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมคุณถึงยังต้องมองหาคนอื่นอีก” และผลจากการตามตื้อของเคต วินสเลต นี่เอง ที่ทำให้เธอชนะใจเจมส์ คาเมรอนในที่สุด

3. เคตสร้างความสนิทสนมกับลีโอ ด้วยการเปลือยหน้าอกให้พระเอกหนุ่มดู

ทันทีที่เคต วินสเลต อ่านบทและรู้ว่าเธอมีฉากต้องเปลือยเรื่อนร่างให้ลีโอนาโดเห็น ตอนพบกับพระเอกหนุ่มครั้งแรกเธอจึงจัดการโชว์หน้าอกของเธอให้ลีโอดูแว๊บนึงซะเลย เพื่อสร้างความคุ้นเคยระหว่างกัน แต่ถึงอย่างนั้น พอการถ่ายทำฉากเปลือยมาถึง พ่อหนุ่มลีโอก็ยังรู้สึกประหม่าอยู่ดี

4. มือที่สเก็ตภาพเขียนโรสไม่ใช่มือลีโอ แต่เป็นมือเจมส์ คาเมรอน

ในฉากวาดภาพสุดวาบหวาม มือของแจ๊คที่กำลังสเก็ตภาพนู๊ดของโรสด้วยดินสอ หาใช่มือของพ่อหนุ่มลีโอไม่ แต่เป็นมือของผู้กำกับเจมส์ คาเมรอน ซึ่งเป็นคนวาดรูปนี้ด้วยตัวเอง นอกจากนี้เขายังเป็นคนวาดภาพเขียนอื่นๆในหนังอีกด้วย อย่างเช่นในฉากต้นเรื่องตอนที่แจ๊คโชว์ภาพวาดในพอร์ตฟอลิโอให้โรสดูบนดาดฟ้าเรือ และภาพที่ปรากฎในฉากนั้นล้วนเป็นฝีมือการวาดของเจมส์ คาเมรอนทั้งสิ้น

5. เคต วินสเลต เกือบถอนตัวออกจากภาพยนตร์เรื่องนี้

การถ่ายทำฉากในน้ำทั้งหลาย เคต วินสเลตปฏิเสธที่จะใส่ชุดบอดี้สูทเพื่อให้ร่างกายอบอุ่นเหมือนนักแสดงคนอื่น เพราะเธออยากแสดงความรู้สึกเย็นยะเยือกออกมาอย่างสมจริง ความทุ่มเทกับสร้างปัญหาให้กับตัวเธอไม่น้อย เพราะมันทำให้เธอมีอาการปอดบวมจนเกือบต้องถอนตัวจากการแสดง แต่เจมส์ คาเมรอนยอมรอให้เธอรักษาตัวจนหาย และขอร้องให้เธออยู่ถ่ายทำหนังเรื่องนี้ต่อจนจบ

6. ทีมงานถูกวางยาพิษจนต้องหามส่งเข้าโรงพยาบาล

ในช่วงการทานมื้อค่ำในคืนวันนึง มีมือดีแอบใส่สารPCP ลงไปในซุปหอย ส่งผลให้ทีมงานและนักแสดงเกิดอาการมึนเมา สมองเบลอและเกิดภาพหลอน มีทีมงานมากกว่า50คนได้รับอันตรายจนต้องเข้าโรงพยาบาลหนึ่งในนั้นคือบิล แพ็กตัน ส่วนผู้กำกับเจมส์ คาเมรอน ไม่ได้รับอันตรายร้ายแรงเนื่องจากเขารีบทำตัวเองให้อาเจียรออกมาทันทีที่รู้ว่ามีสิ่งผิดปกติในอาหาร เหตุการณ์ครั้งนี้บ่งชี้ว่าพ่อครัว2คนมีส่วนร่วมในการวางยา ส่งผลให้ทั้งคู่ถูกไล่ออกจากงาน แต่ไม่มีการดำเนินคดีอาญาแต่อย่างใด

7. บทพูดที่โด่งดังของภาพยนตร์หลายๆบท เกิดจากการด้นสดของนักแสดง

หลายๆบทพูดอันโด่งดังในภาพยนตร์ เกิดจากการด้นสดหรือปรับเปลี่ยนบทพูดโดยนักแสดงตอนถ่ายทำ

อย่างเช่นในฉากที่แจ๊คสอนโรสขาดสเลด ฉากนั้นนักแสดงและผู้กำกับคิดบทขึ้นมาสดๆในวันถ่ายทำ

ฉากดังกล่าวยังเชื่อมโยงไปถึงช่วงท้ายเรื่อง ในฉากที่โรสถมน้ำลายใส่แคล ซึ่งเคต วินสเลต เพิ่มบทนี้ขึ้นมาโดยไม่ได้บอกบิลลี่ เชนล่วงหน้า ดังนั้นสีหน้าขยะแขยงและตกใจของบิลลี่ เชน จึงเป็นสีหน้าที่เกิดจากความรู้สึกของเขาจริงๆ

อีกหนึ่งบทพูดที่กินใจมากๆในหนัง คือฉากที่แจ๊คและโรสเกาะอยู่ท้ายเรือช่วงที่ไททานิคกำลังอับปาง โรสบอกแจ๊คว่า “นี่คือสถานที่ที่เราเจอกันครั้งแรก” ซึ่งเคต วินสเลต คิดบทพูดของเธอขึ้นมาสดๆตอนถ่ายทำ

เช่นเดียวกับบทพูด “ฉันคือราชาของโลก” ช่วงต้นเรื่อง ลีโอนาโด ดิคาปริโอ ด้นสดบทนี้ขึ้นมาตอนถ่ายทำ และเจมส์ คาเมรอนก็ชอบเอามากๆจึงเลือกคัทนี้มาใช้ในหนัง และประโยคนี้ก็กลายเป็นประโยคที่โด่งดังที่สุดของภาพยนตร์ และได้รับเลือกให้เป็น1ใน100 บทพูดในภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล

8. เจมส์ คาเมรอนไม่ต้องการเพลง My Heart Will Go On

เพลง My Heart Will Go On  คือหนึ่งในบทเพลงจากภาพยนตร์ที่โด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์ ซิงเกิลเพลงนี้ทำยอดขายได้ถึง18ล้านก็อปปี้ นับเป็นบทเพลงที่แต่งสำหรับภาพยนตร์โดยตรงที่ทำยอดขายสูงสุดตลอดกาล แต่บทเพลงนี้เกือบจะไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งในตำนานของโลกภาพยนตร์ซะแล้ว เพราะเจมส์ คาเมรอนไม่ต้องการใช้เพลงที่มีการขับร้องมาประกอบในภาพยนตร์ แต่ผู้ประพันธ์อย่างเจมส์ ฮอร์เนอร์แอบทำเพลงนี้ขึ้นมาลับๆ และเรียกเซลิน ดีออนมาช่วยร้องเพลงฉบับเดโม่แล้วส่งให้เจมส์  คาเมรอนฟัง เมื่อได้ฟังเพลงนี้เขาจึงเปลี่ยนความคิด และยอมให้เจมส์ ฮอร์เนอร์บันทึกเพลง My Heart Will Go On ฉบับสมบูรณ์ขึ้นมา เพื่อนำไปใช้ช่วงเอนด์เครดิตของภาพยนตร์

9. Titanic เป็นหนังเรื่องแรก ที่วางขายVDO-VHS ในขณะที่หนังยังฉายอยู่ในโรงภาพยนตร์

หนังส่วนใหญ่มักทำรายได้แผ่วลงหลังเข้าฉายในโรงพ้นหนึ่งเดือน แต่สำหรับTitanic หนังเรื่องนี้ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามนับตั้งแต่เข้าฉายในวันที่ 19 ธันวาคม1997 จนสามารถครองอันดับ1บนตารางบ็อกออฟฟิศอเมริกาได้ถึง4เดือน และทำเงินต่อเนื่องยาวนานไปจนถึงวันที่ 1กันยายน1998 ซึ่งเป็นกำหนดวางจำหน่ายVDO-VHS  ส่งผลให้Titanic เป็นหนังเรื่องแรกในประวัติศาสตร์ที่วางขายVDO-VHS ในขณะที่หนังยังฉายอยู่ในโรงภาพยนตร์

10. Titanic สร้างสถิติมากมายในวงการภาพยนตร์

Titanic ไม่เพียงแค่ครองอันดับหนังทำเงินสุดสุดตลอดกาลระหว่างปี1998-2010 เท่านั้น แต่ยังสร้างสถิติที่น่าทึ่งเอาไว้มากมายบนตารางบ็อกออฟฟิศไม่ว่าจะเป็น

  • หนังที่ครอบอันดับหนึ่งต่อเนื่องบนตารางบ็อกออฟฟิศอเมริกาได้ยาวนานที่สุดถึง15สัปดาห์
  • เป็นหนังเรื่องแรกในประวัติศาสตร์ที่ทำรายได้ทั่วโลกผ่านหลัก1พันล้านดอลลาร์ได้สำเร็จ
  • เป็นหนังที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์มากที่สุดคือ14สาขา (ร่วมกับAll About Eve และLa La Land)
  • เป็นหนังที่ได้รับรางวัลออสการ์มากที่สุดคือ11สาขา (ร่วมกับBen-Hur และ The Return of The King)
  • เป็นภาพยนตร์คนแสดงที่ทำยอดขายโฮมวิดิโอทุกฟอร์แมตสูงสุดตลอดกาลในอเมริกา คือ30.3ล้านก็อปปี้ (รองลงมาคือAvatar 26.5ล้านก็อปปี้ ซึ่งก็เป็นหนังของเจมส์ คาเมรอนเช่นกัน)

Author: admin

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *